โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์
ข้อมูล & ข่าวสาร
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ได้เข้าร่วมงานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 4 และนิทรรศการการลงทุนของไทยกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน สปป. ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว

โรงพยาบาลเกษมราษฎร์อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ ได้เข้าร่วมงานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 4 และนิทรรศการการลงทุนของไทยกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน สปป. ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว
เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 สถานเอกอัครราชทูต ณ เวียงจันทน์ ร่วมกับสมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป. ลาว และกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว เป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจ เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป. ลาว ในหัวข้อ “ภาคธุรกิจไทย เพื่อการเติบโตของไทย-สปป. ลาว ร่วมกันอย่างยั่งยืน” ณ โรงแรมสุพัดตรา นครหลวงเวียงจันทน์ โดยมีนายมะไลทอง กมมะสิด รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ให้เกียรติเข้าร่วมการเสวนาฯ
การเสวนาแบ่งเป็นสองส่วน คือ (1) แนวทางการส่งเสริมการลงทุนกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ (2) บทบาทของภาคธุรกิจไทยใน สปป. ลาว โดยมีวิทยากรผู้มีประสบการณ์จากภาคการลงทุนไทยและ สปป. ลาว ในภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ (1) สภาการค้าและอุตสาหกรรมแห่งชาติลาว (2) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวลาว
(3) สมาคมนักธุรกิจไทยใน สปป. ลาว (4) ธนาคารกรุงเทพ สาขานครหลวงเวียงจันทน์ (5) บริษัท คำม่วนซีเมนต์ จำกัด (6) บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (7) รพ. เกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ (
บริษัท
มะหะทุน เช่าสินเชื่อ จำกัด (9) บริษัท น้ำตาลมิตรลาว จำกัด และ (10) บริษัท พีทีที (ลาว) จำกัด
และในโอกาสนี้ ภาคธุรกิจและเอกชนไทย 25 บริษัท ได้ร่วมจัดงานนิทรรศการการลงทุนของไทยกับการพัฒนาที่ยั่งยืนใน สปป. ลาว เพื่อมุ่งเน้นถึงบทบาทการลงทุนที่มีคุณภาพของภาคเอกชนไทย เพื่อพัฒนาบุคลากร เสริมสร้างชุมชนและรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกันระหว่างไทยและ สปป. ลาวด้วย
งานเสวนาวิชาการด้านเศรษฐกิจครั้งที่ 4 จัดขึ้นโดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกันระหว่างไทยและ สปป.ลาว โดยเน้นย้ำถึงบทบาทการลงทุนที่มีคุณภาพของไทย และความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากมุมมองของผู้แทนภาคธุรกิจและเอกชนไทยในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การยกระดับคุณภาพชีวิต การรักษาสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาสังคมและชุมชน ควบคู่ไปกับการลงทุน พร้อมกันนี้ยังย้ำถึงความสัมพันธ์ที่พิเศษและใกล้ชิด และความร่วมมือเพื่อการเติบโตของสองประเทศอย่างยั่งยืน การเสวนาฯ และนิทรรศการในครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีและมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐและเอกชนไทย และ สปป. ลาวกว่า 250 คน





